2007/Sep/02

นี่แหละความเสียใจ

ทุกเรื่องราวที่เข้ามา ที่เจ็บและช้ำ จนทำให้ฉันมีน้ำตา
แม้ว่าทรมานเท่าไหร่ ฉันเรียกมันว่าความเสียใจ

แล้วเรื่องราวในวันนี้ ที่เกิดและมันกำลังกระทบใจของฉัน
ก็สอนให้ได้เรียนรู้ใหม่ ในคำที่ฉันเคยเข้าใจ

สิ่งใดที่เคยได้เจอกลายเป็นแค่เพียง เรื่องเล็กน้อยไปในพริบตา
เสียงของเธอที่ร่ำลา ได้สอนให้รู้ว่า อย่าไปจำความช้ำที่มี

นี่แหละคือความเสียใจ ความเสียใจมันเป็นอย่างนี้จำซะใหม่
ต้องเจ็บจนร้องไห้โดยไม่อาย ต้องช้ำทุรนทุรายขนาดนี้
ที่ผ่านมามองย้อนไป ลองคิดดูบางทีก็เสียดายน้ำตา
แต่เธอทำให้ได้รู้ว่า ค่าของน้ำตามันคู่ควร กับการต้องเสียเธอ

แม้ฉันยืนแทบไม่ไหว ก็อยากขอพูดอะไรสักนิดนึงถึงเธอ
ขอโทษที่ไม่ดีเหมือนใคร และขอบคุณที่สอนให้เข้าใจ
ว่าเรื่องที่เคยได้เจอมันก็แค่เพียง สิ่งเล็กน้อยที่เปลืองน้ำตา
เสียงของเธอที่ร่ำลา ได้สอนให้รู้ว่า อย่าไปจำความช้ำที่มี

นี่แหละคือความเสียใจ ความเสียใจมันเป็นอย่างนี้จำซะใหม่
ต้องเจ็บจนร้องไห้โดยไม่อาย ต้องช้ำทุรนทุรายขนาดนี้
ที่ผ่านมามองย้อนไป ลองคิดดูบางทีก็เสียดายน้ำตา
แต่เธอทำให้ได้รู้ว่า ค่าของน้ำตามันคู่ควร กับการต้องเสียเธอ

เจ็บวันนี้ทำให้รู้ว่า ค่าของน้ำตามันคู่ควร

2007/Aug/12

ถึงน้องสาว
ยินดีด้วยที่น้องอายุสิบเจ็ด
เราเคยอายเจ็ดปี สิบเจ็ดปี และยสิบเจ็ดปีมาก่อน แม้จะยังไม่เคยอายุเจ็ดสิบเจ็ด แต่เราก็ค่อนข้างมั่นใจว่า ช่วงวันวัยสมัย "สิบเจ็ด" นั้นเป็นช่วงที่ดีมาก ๆ และสำหรับบางคน อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดด้วยซ้ำ
ช่วงเวลาสิบแปดไปจนถึงยี่สิบแปด เป็นช่วงเวลาที่สมองและหัวใจของเราเต็มไปด้วยพละกำลัง ต่างจากช่วงเจ็ดขวบที่เรายังอ่อนแอปวกเปียกและต้องการการดูแลประคบประหงมจากคนรอบข้าง จากคนที่แข็งแรงกว่า สมองของเราก็ยังไม่แข็งแรง และยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ได้แต่ทำตามคำสั่งและนิ้วชี้ของคนที่โตกว่า
ส่วนช่วงยี่สิบเจ็ดไปถึงสามสิบเจ็ดเราก็เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ เริ่มอ่อนล้ากับความเป็นจริง เริ่มยอมแพ้ข้อจำกัด และเริ่มหลงลืมความฝัน เราได้แต่ก้มหน้าก้มตายอมรับ "ความจริง" ตรงหน้า และดำเนินชีวิตไปตามสิ่งที่เป็นอยู่มีอยู่มีเรื่องมากมายในชีวิตให้คิดขบ มากมายจนเราไม่มีเวลาจะมานั่งคิดหาหนทางเดินตามความฝัน พละกำลังร่อยหรอเกินกว่าจะใช้ไปกับการลงมือทำในสิ่งที่อยากทำ และตะเกียกตะกายเป็นในสิ่งที่อยากเป็น
สรุปว่า ช่วงเจ็ดปีถึงสิบเจ็ดปีก็เด็กเกินไป ช่วงยี่สิบเจ็ดถึงสามสิบเจ็ดก็โตเกินไป
เกินไปสำหรับ ?
สำหรับ "ความสนุก" ในการทดลอง "ใช้ชีวิต " น่ะสิน้องสาว
ช่วงที่น้องกำลังอยู่ในวัยสิบเจ็ดน้องคงมีสิ่งที่สนใจ สิ่งที่อยากทำ และสิ่งที่อยากลองมากมายก่อนกองจนรู้สึกว่าเวลาในแต่วันช่างมีน้อยเหลือเกิน
สมัยเรา เราอยากทำเพลง อยากมีวงดนตรี อยากมีหนังสือทำมือ อยากทำหนัง อยากมีแฟน อยากเอ็นท์ติด อยาเตะบอลเก่ง ๆ อยากวาดรูปเก่ง อย่างเล่นหนัง อยากถ่ายแบบ
จะบ้าหรอ ! แหม เราก็รู้จักประมาณตนเหมือนกันน่ะเธอ
โกหกแค่ถ่ายแบบ แต่นอนนั้นเราอยากทำ อยากลองจริง ๆ
และก็ได้ลองทำไปบ้างเท่าที่โอกาสและพลังเอื้ออำนวย
เราได้ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีคอนเสิร์ตของคณะ ได้ลองทำหนังสือทำมือกับเพื่อน ได้แต่เพลงฟังกันเองเล่น ๆ กับเพื่อน ได้เรียนวาดรูป ได้เล่นละคร เวที ได้ไปต่างจังหวัด ได้เที่ยวผับ ได้ลองดื่มเหล้า ได้รับน้อง ได้อยู่หอได้ทำกิจกรรมกับรุ่นน้องและรุ่นพี่ และได้ทำอะไรมัน ๆ อีกหลายอย่าง
ได้ทำอะไรมากมายที่สุดในชีวิตแห่งการทดลอง
น้องสาวที่รัก นี่คือช่วงชีวิตแห่งการทดลอง
การทดลองทำหลายสิ่งหลายอย่างนั้นทำให้หูตาปากจมูกและผิวหนังของเรากว้างไหล ขยายความเป็นไปได้ของอนาคตเราออกไปมากกว่าแค่สิ่งที่ร่ำเรียนมา
ได้ทดลองว่าอะไรบ้างที่ "ใช่" และอะไรที่ "ไม่ใช่"
อะไรที่ "ชอบ" อะไรที่ "ไม่ชอบ"
เพราะเราอาจไม่ชอบสิ่งที่เรียน และเราอาจทำให้สิ่งที่ไม่ได้เรียนได้ดี - ก็เป็นได้
แต่ก็อย่างที่เราต่างรู้กันดีนั่นแหละน้องสาว การเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยม โลกนี้มีครูอยู่ทั่วไปเดินชนไหล่เราอยู่บ่อย ๆ
พี่ ๆ น้อง ๆ ในชมรมก็เป็นครูให้เราได้เรียนรู้เรื่องการทำงานกับผู้อื่น แฟนหนุ่มคนนั้นอาจเปิดตำราสอนวิชาว่าด้วยความผิดหวัง
ที่เขียนมายืดยาวจนถึงบรรทัดนี้ ไม่ได้ต้องการพร่ำสอนน้องสาวที่กำลังอยู่ในวันที่เกลียดการสอนสั่งอย่างเข้าไส้ แหม ทำไมพี่จะไม่เข้าใจน้อง พี่ก็เคยอายุสิบเจ็ดมาก่อนนะน้องสาว
แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจดหมายฉบับหนึ่งจากที่ชายที่ไม่มีน้องสาว (แม้จะอยากมี)และได้แต่จินตนาการไปว่า ถ้าขณะนี้น้องสาวของเราอายุสิบเจ็ด เราจะเขียนอะไรส่งไปถึงเธอ ?
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราอยากบอกน้องสาวของเรา
ไม่ใช่การรักนวลสงวนตัวจนไม่กล้าออกจากบ้านไปหาประสบการณ์ไม่ใช้การ
ประคับประคองตัวให้รอดปลอดภัยไร้บาดแผล
ถ้าเรามีน้องสาว เราจะไม่หวงน้อง - ไม่ว่าน้องเรากับโลกใบนี้
เราอยากให้น้องเผชิญหน้ากับโลกให้มากที่สุด ทำในสิ่งที่อยากทำให้มากที่สุดในวันที่น้องของเราจะทำได้ เพราะเรารู้ดีว่า คนเรามีช่วงเวลานั้นไม่นานสักเท่าไหร่หรอก และเมื่อมันผ่านไปก็ไม่สามารถเรียกมันกลับคืนมาได้อีก
น้องสาวที่รัก จงทำในสิ่งที่อยากทำ อย่าได้ปล่อยมันให้ล่องลอยผ่านไปและได้แต่คิดไว้ในใจว่าเธออยากทดลอง
ผิด - ถูก ประสบการณ์จะสั่งสอนเธอเอง ไม่ใช่พี่ชาย ครูอาจารย์ หรือผู้ปกครอง
ทดลองเท่าที่อยากทดลอง
นั่นคือสิ่งที่เราอยากบอกกับน้องสาวของเรา
เพราะเรารู้ดีว่า เมื่อชีวิตผ่านช่วงเวลานั้นมา
โอกาส พละกำลัง และเวลา ย่อมไม่มีมากเท่ากันตอนนี้อีกแล้ว
************

* พี่ชาย
 

2007/Jul/08


คำว่ารัก.... ทุกครั้งที่เธอบอกฉัน
มันทำให้ใจสั่น มันทำให้หวั่นไหว
ก็พอรู้... รักกันต้องเชื่อใจ
แต่ก็คิดมากไป กลัวเธอจะทิ้งกัน

* ก็รู้ว่ารักขึ้นอยู่กับความไว้ใจ
แต่ทำไมยังไม่มั่นใจ ไม่รู้เลย
ยังกลัวหวั่นไหว หวั่นใจกับรัก
กลัวต้องเจ็บต้องช้ำกับคำว่าไว้ใจ

** ฉันมั่นใจในรัก แต่ไม่มั่นใจในเธอ
กังวลว่าหากเผลอ เธอจะทำให้ช้ำใจ
กลัวเชื่อใจไปแล้ว สุดท้ายเธอทำให้เสียใจ
ถ้าเธอทิ้งฉันคงไม่ไว้ใจใครอีกเลย
(ซ้ำ *, **, **)